ประสบการณ์สอบ IELTS (2)

posted on 23 Dec 2012 00:41 by persent-cazz in experiences
                                                      
ขอโทษนะครับที่ดองบล็อก + หายไปนานเลย แหะๆ พอดีช่วงนี้วุ่นๆ ครับ
ไหนต้องซื้อของ จัดกระเป๋า เอกสาร วีซ่า บลาๆๆ (รวมทั้งติดเกมด้วย ฮ่าๆๆๆ Cry)
วันนี้มาอัพให้แล้วนะคร้าบผม ^^v
อ้อ! ขออภัยด้วยนะครับถ้าจำได้ไม่หมด เพราะตอนนี้มันก็เริ่มนานอยู่ครับ สามเดือนกว่าๆ แหน่ะ

สุดท้ายกับการสอบข้อเขียนที่พาร์ท writing นะครับผม พาร์ทนี้คือพาร์ทที่หินที่สุดสำหรับคนส่วนมากของ IELTS candidates
และปัญหาการทำไม่ทันมีมากกว่าพาร์ท reading เสียอีก รวมถึง writing มันเป็นศาสตร์สุดยอดอะครับ
ต้องใช้ทุกทักษะรวมกันจริงๆ ต้องแม่นไวยกรณ์มากกว่า reading อีก

แน่นอนครับ... ผมทำไม่ทัน ฮ่าๆ Kiss แต่ถือว่าน้อยครับ เทียบความเสียหายที่ทำให้ทันน้อยกว่า reading ครึ่งต่อครึ่งเลย
(ได้บทเรียนไง ฮ่าๆ เลยไม่ประมาทแล้ว)
ถ้าจะให้บรรยายอารมณ์ตอนนั้น ตอนที่เก็บข้อสอบพาร์ท reading แล้วนั่งรอแจกข้อสอบ writing ก็จะแบบ
เชี่x เหยxเข้ ชิxหาx สัx แม่xเอ้ย บ่นในใจอย่างรุนแรง แล้วสักพักสมองด้านดีจะบอกว่า เห้ย มึx ใจเย็นไว้ สู้ๆ นะเว้ย
เรายังมาแก้คะแนนพาร์ทนี้ได้ อย่าให้มันเหมือนพาร์ทที่แล้ว สู้ๆๆๆ มันใกล้จะจบแล้ว เราอุตส่าห์ขยัน บลาๆๆๆ Yell

กระดาษคำตอบพาร์ทนี้จะเป็นสมุดน่ะครับ เหมือนมหาวิทยาลัยนี่แหละ แต่ขนาดอาจจะแตกต่างกับมหาวิทยาลัยบางที่
ผมจำไม่ได้แบบแน่นอน แต่ขนาดมันพอๆ กับสมุดของนักเรียนมัธยม-ประถมละมั้ง แต่บรรทัดน้อยกว่าครับๆ

พาร์ทนี้มี 2 tasks แบบแน่นอนไม่มีเปลี่ยนแปลง อันแรก describing graph(s)/diagramme(s) แล้วแต่ดวงเลยครับ
กราฟนี่อาจจะมีกราฟเส้นให้มาสองถึงสี่เส้น หรือแผนภูมิวงกลมสองอัน สามอัน หรือแผนภูมิแท่งกับกราฟเส้นก็ได้
แล้วแต่ดวงเลยครับ... ต้องเตรียมมาดีๆ ส่วนเรื่องคำศัพท์ที่ใช้ในการเขียนมันจะมีอยู่
เช่น ขึ้น ลง อันดับแรก น้อยกว่าเท่านี้ การเปรียบเทียบ เศษส่วน
หรือถ้าดวงแจ็กพ็อตโคตรๆ (ประมาณ 1/10 – 1/20) จะได้พบกับ diagramme ที่ให้เราอธิบาย process
เช่น การเกิดฝน โลกร้อน การเกิดพายุ การผลิตสิ่งของ การผลิตพลังงานไฟฟ้า มันก็จะมีเทคนิคเฉพาะอีกแบบเลยครับ
เช่น process ธรรมชาติใช้ active voice ส่วนการผลิตอะไรแบบนี้ใช้ passive voice เป็นต้น
คะแนน task นี้ 3 จาก 9 ครับ จำนวนคำต้องมากกว่า 150 คำ
อย่าง a book on the table ก็นับได้ 5 คำครับ

อ้อ! เวลาเขียนดูเรื่อง tense ดีๆ เช่นเขาให้เปรียบเทียบอัตราการเกิดปี 1980s กับ 1990s เราก็ต้องใช้อดีต
คือตอนผมทำพาร์ทนี้ผมก็ใช้อดีตกับปัจจุบันปนกันมั่วๆ ครับ ไม่ได้ตรวจทานไวยกรณ์เลยทั้งสอง task
แบบมันแทบจะไม่ทันแล้วอะ (ผมทำอีกพาร์ทก่อนเพราะมีคะแนนมากกว่า)
ผมรู้ได้จากหน้าแรกของกระดาษคำตอบครับ ตอนผมรอผู้คุมเก็บข้อสอบก็อ่านที่ตัวเองเขียน
แบบเสียใจ Tongue out tense เละจริงๆ และก็ไม่มีเวลาตรวจทานแม้แต่น้อยจริงๆ Foot in mouth

ส่วนอีก task คือให้ discuss ครับ เขาจะให้หัวข้อมาให้
เช่น รอบผมได้ว่ารัฐบาลควรจะทุ่มเงินไปที่โครงการวิจัยวิทยาศาสตร์อย่างเดียวหรือไม่
(ไม่ต้องให้โครงการวิจัยทางด้านมนุษยศาสตร์/สังคมศาสตร์) อะไรแบบนี้ครับ
task นี้คะแนน 6 จาก 9 จำนวนคำต้อง 250 ขึ้นไป
ผมไปติวมาอาจารย์เขาบอกว่าควรจะตอบแบบ วิจัยวิทย์อย่างเดียวก็ดีได้ประโยชน์ วิทยาศาสตร์ให้ประโยชน์เรามากมาย
แต่การวิจัยทางด้านสังคม/มนุษย์ก็ให้ประโยชน์เหมือนกันนะ
แล้วสุดท้ายเราต้องบอกว่าก็วิจัยมันทั้งสองนั่นแหละ อาจจะให้ด้านวิทย์มากหน่อยเพราะต้องใช้งบค่าอุปกรณ์มากกว่า เป็นต้น
คือต้องตอบแบบนางงามอะครับ อยากเก็บเธอเอาไว้ทั้งสองคน... อิๆ Money mouth
ต่างจาก TOELF ที่ต้องฟันธงโชะๆ ไปเลย  แต่บางเรื่องที่มันไม่ดีโดยทั่วไป
เช่น รัฐบาลควรออกกฎหมายให้สูบบุหรี่ได้เฉพาะที่บ้านตัวเองเท่านั้น คุณเห็นด้วยหรือไม่ เราก็ฟันธงไปได้นะครับผม
และ task นี้เราก็ต้องรู้จัก เขียนนำ เขียนสรุป สนับสนุนประเด็น ยกตัวอย่าง อะไรก็ว่ากันไป
แต่อย่าเวิ่นเว้อเกินครับ เดี๋ยวยาว แล้วผมก็แนะนำให้ทำ task นี้ก่อนด้วย คะแนนมันมากกว่าอะ

ส่วนเรื่องการเขียนเขาให้ใช้ดินสอนะครับ มีให้ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องห่วงว่าจะลบลิขวิดอะไรแบบนี้ ดินสอครับ!
(ผมแฮปปี้มากอะ ผมชอบใช้ดินสอมากกว่าปากกาอยู่แล้ว มันลบง่ายสบายดี)
แต่อย่าเขียนผิดแล้วลบบ่อยไปนะ โต๊ะมันนั่งเป็นคู่ครับ เดี๋ยวคนข้างๆ จะด่าในใจเอา
เขาก็มาสอบ จ่ายตั้งแพง เอาคะแนนไปใช้เหมือนกัน เวลาลบก็ทำให้โต๊ะมันสะเทือนเบาที่สุดละกันนะครับผม
แต่ถ้าคนข้างๆ มันไม่เกรงใจ... ลบจนสะเทือน เราก็จัดแม่มเต็มเหนี่ยวเลยครับ ฮ่าๆ Kiss

แล้วเรื่องจำนวนคำเขาบอกกันว่ามนุษย์ปกติที่เขียนปกติ ขนาดตัวหนังสือปกติ เว้นช่องไฟปกติ
บรรทัดนึงจะได้ประมาณ 10 คำนะครับ แล้วเวลาเขียนผมก็แนะนำว่าเว้นบรรทัดก็ดีครับ ที่มีเหลือเยอะ ไม่ต้องกลัว
คนตรวจจะได้อ่านง่ายๆ เผื่ออารมณ์จะเขาจะได้ไม่เสียครับ ฮ่าๆ
เรื่องลายมือก็สำคัญนะ เขียนให้อ่านง่ายๆ แต่ไม่ต้องบรรจงครับ เขียนปกติให้อ่านได้เข้าใจก็พอ เวลาแทบจะไม่มี

ส่วนเรื่องเวลาที่สำคัญยิ่งยวด เขาบอกให้แบ่งทำ task แรก 20 นาที task สอง 40 นาที
รวมเช็คไวยกรณ์ คิดโครงเรื่องอะไรแล้วนะครับ
แต่เอาเข้าจริงผมทำ task สองแบบ complete (เท่าที่จะทำได้ในตอนนั้น) ใช้ไป 45 นาที
ไม่ได้ตรวจไวยกรณ์นะครับ เขียนสรุปจบแล้วก็อ่านผ่านๆ
แล้วไปทำอีก task ที่ใช้เวลาแค่ 15 โดยยังทำเนื้อหาไม่จบ แบบตัดแบบห้วนๆ มาก บทสรุปไม่ได้ทำ
(แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะไม่ต้องทำก็ได้) แล้วจำนวนคำถึง 150 หรือไม่ก็ไม่แน่ใจจริงๆ ครับ
ดังนั้น ผมว่าพาร์ท writing โหดสุดและอัพคะแนนขึ้นได้ยากสุดจริงๆ Frown

ในที่สุด... เราก็ถึงส่วนสุดท้ายแล้วนะครับ พาร์ทที่ต้องอาศัยความกล้า ความมั่นใจมากที่สุดเลย
ท่องไว้ในใจครับ มันกำลังจะจบแล้วๆ อีกนิดเดียวๆ พยายามให้เต็มที่
มันคือพาร์ท speaking นั่นเอง ในส่วนของ IELTS ต่างจากที่ TOELF เพราะเราจะได้พูดกับคนเป็นๆ
ฝรั่งตัวเป็นๆ ไม่ใช่คอมฯ ครับ แล้วเขาก็จะอัดเสียงเราไว้

คือหลังจากสอบข้อเขียนเสร็จผมแนะนำว่าให้ดึงใบที่บอกข้อมูลของเราบนโต๊ะเก็บไว้
เพราะเราต้องเก็บไว้ดูคิวสอบพูด แล้วเก็บไว้ยันวันประกาศผลทางอินเตอร์เน็ตเลยครับ
(ประกาศผลหลังวันสอบประมาณ 13 วัน)
เพราะจะได้เก็บไว้กรอกดูผลออนไลน์ได้ เพราะบางคนลืมจดเลขอะไรมา แล้วไอ้ที่เก็บๆ ไว้ก็หายไปโหม้ด
อ้อ! เอาบัตรประชาชน/passport เข้าไปตอนสอบพูดด้วยนะครับ

สำรับคิวสอบพูดคือจะได้สอบคนละประมาณ 15 นาทีครับ แล้วคิวสอบมีตั้งแต่เที่ยงปลายๆ จนถึงเกือบหกโมงเย็นเลยทีเดียว
หรือถ้าแจ็กพอตก็จะโดนเด้งไปสอบพูดวันถัดไป (ส่วนมากวันอาทิตย์เพราะสอบวันเสาร์) ครับ
ส่วนตัวผมนั้นได้คิวสอบพูด 17.55 ถือว่าดวงดีเวอร์ (ประชดครับ) แบบโคตรนาน นานมากกกกกกกก
แต่ได้สอบจริงประมาณ 16.30 ครับ คือเขาจะบอกอยู่แล้วให้มาก่อนน 1.30 ชั่วโมงครับ
เพราะส่วนมากพูดกันไม่ถึง 15 นาทีหรอก มาก่อนเผื่อได้เข้าก่อนครับ
ผมก็มาตั้งแต่บ่ายสามกว่าๆ มานั่งรอ (ห้อง 1x) มันมี 15 ห้องครับ นั่งรอนานมากกกกกกก
คือต่อให้คนอื่นมีคิวสอบ 17.00 แต่มาหลังผมเขาก็ได้เข้าก่อนเพราะคิวอยู่ก่อน
เซ็งมากอ้ะ แบบดวงซวยโคตรรร Tongue out คิดว่าน่าจะโดนจัดไว้เป็นคนสุดท้ายของห้องเลย
แล้วห้องข้างๆ ซ้ายขวาสองห้องคือไม่มีคนสอบ examiner ออกมาถามว่าคนจะสอบพูดหมดแล้วหรอ
แล้วก็มานั่งกินกาแฟชิวๆ คุยกับคนที่จะเข้าสอบห้องอื่น ผมรู้สึกแบบทำไมไม่จัดเราไปไว้ห้องนั้นเนี่ย
ทำไมห้องที่เราจะสอบมันไม่ว่าง มีคนเข้าสอบเต็ม max ในขณะที่ 2 ห้องข้างๆ อาจารย์ออกมาคุยกันเอง Foot in mouth
เซ็งมากมากครับ นั่งรอจนเหงือกแห้ง ความตื่นเต้นหายไปหมด มาอีกทีก็ตอนจะเดินเข้าห้องสอบ

4 สิ่งใหญ่ๆ ที่เขาจะดูในการพูดของเรา คือ
fluency & coherence ไหลลื่นไหม ธรรมชาติไหม สิ่งที่เราพูดสัมพันธ์กันไหม ตอบตรงประเด็นไหม ฯลฯ /
lexical resource : vocab & language การใช้ภาษา สำนวน คำศัพท์ ว่าเหมาะ ว่าดีแค่ไหน รู้เยอะรึเปล่า ฯลฯ /
grammatical range & accuracy ไวยกรณ์ถูกไหมในประโยคที่เราพูดออกมา
แล้วใช้ไวยกรณ์ รูปประโยคหลากหลายไหม หรือใช้แต่เดิมๆ ฯลฯ /
pronunciation ออกเสียงคำนั้นถูกไหม สำเนียงเราเป็นยังไง ฟังยากไหม (ควรจะให้ฟังง่ายๆ ครับ) ฯลฯ

ในการสอบพูดจะมีสามพาร์ทครับ
1.พูดคุยเรื่องทั่วไป ถามมาตอบไป ง่ายๆ ครับ
เช่น บ้านอยู่ไหน อยู่กับใคร ชอบกินอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน ชอบไปเที่ยวที่ไหน ทำไมถึงชอบ
เขาจะไม่มีให้เราพูดแนะนำตัวหรอกครับ เขาจะถามเป็นข้อๆ เราก็มีหน้าที่ตอบไป อย่าตอบยาวครับ แต่อย่าสั้นมาก
เช่น Yes เฉยๆ / I like noodles เราอาจจะบอกไปว่าชอบกินบะหมี่เพราะเส้นมันนุ่มดี ชอบกินหมูแดงในนั้นด้วย
พูดๆ ไปเถอะครับ 55 ยิ่งพูดยิ่งได้คะแนน
(แต่ต้องพูดให้ถูกนะ อย่ากระอักกระอ่วน/ตะกุกตะกักให้มาก อย่าคิดนานครับพาร์ทนี้)
อย่าลืมนะครับ สอบพูดเขาไม่ได้วัดว่าเราพูดจริงไหม เขาวัดความสามารถในการพูดครับ
แต่อย่าปั้นน้ำให้มากเกินงามเช่นกัน เช่น ฉันเล่นเชลโล่เป็น
ถ้าเขาถามต่อว่าคนเชลโล่ในดวงใจคือใครนี่จะเงิบเอาได้นะครับผม Embarassed

2.เขาจะให้กระดาษหนึ่งแผ่นกับดินสอ แล้วเขาจะเอาการ์ดในหนังสือมาให้เราครับ อันนี้แล้วแต่เขาจะเลือกให้เลย
ผมได้การ์ดถามว่า ภูเขา ทะเลสาบ ทะเล ชอบไปที่ไหนมากที่สุด
แล้วก็ตามสไตล์ครับ เขาจะมี extended questions / suggestions / you should say มาให้เราก็ร่างๆ ไป
เขาให้เวลาร่าง 1 นาทีเป๊ะ ใช้ให้คุ้ม ไม่ต้องเขียนประโยคยาวๆ นะครับ keyword ก็พอ
ผมโดนถามว่าชอบไปที่ไหนแล้วบอกทะเลไปตั้งแต่พาร์ทแรก เลยสบายเลย อิๆ
เสร็จแล้วเขาจะให้เราพูด 1-2 นาทีครับ เราควรจะพูดให้ได้ประมาณ 1.30 กำลังดีเลย
แบบเราร่ายยาว ร่ายสดคนเดียวครับ เขาจะไม่ถามอะไร แล้วพอสักพักเราหยุดเขาจะถาม
(หรือบางคนเห็นว่าพล่ามอยู่นั่นเขาก็จะตัดจบเลย 555) เราก็ตอบไปครับ
คำถามจะโหดขึ้นจากพาร์ทแรก เช่น ผมโดนบอกว่าเลือกทะเล ไปทำอะไรที่นั่น
กีฬาที่เล่นที่นั่นเขาเล่นอะไรกันบ้าง ทำไมไม่เลือกที่อื่น อันนี้ไม่มีเวลาให้ร่างนะครับ เป็นแบบถามมาตอบไป
เขาอาจจะถามสัก 4-8 ข้อ แล้วแต่เวลาในพาร์ทนี้

3. พาร์ทสุดท้ายคือส่วนของ discussion ครับ มันจะต่อเนื่องมาจากพาร์ทสอง
คำถามจะค่อนข้าง abstract จากพาร์ทอื่น เขาถามมาเราตอบไปครับ
คำถามพาร์ทนี้โหดสุดเลย เราอาจจะมีเวลา เอ่อ... ได้นิดหน่อย อิๆ Cool
อย่างผมก็โดนแบบรัฐบาลควรสนับสนุนให้เล่นกีฬาทางน้ำไหม อะไรบ้าง ทำไม วิธีอนุรักษ์แม่น้ำ ทะเล เห็นด้วยหรือไม่ที่...
ก็คิดสักนิดแล้วพูดครับ หัวข้อบางทีเอาไปเขียน writing task 2 ได้เลยอะ เอาจริง
แล้วเราก็ต้องคิดอะครับ ต้องหาเหตุผลสนับสนุนไปเรื่อยๆ
เขาอาจจะถาม 4-7 ข้อแล้วแต่เวลาที่มีที่จะขึ้นกับความยาวของคำตอบเรา

ผมขอบ่นตรงนี้นะครับ (ใครไม่อยากอ่านอาจจะข้ามตรงนี้ก็ได้)
คือผมดวงซวยอะ ผมได้ examiner ผู้ชายที่พูดเร็วมากกกกกกกกกกกกกกกกกก Yell เร็วจนฟังไม่ทัน ต้องเงี่ยหูฟังดีๆ
และมันทำให้ผมตอบคำถามไม่ตรงประเด็นไป 2 ข้อ สมมติ
เช่น ถามว่าไปสวนสนุกทำอะไร ผมตอบไปว่าผมชอบไปสวนสนุกกับครอบครัว
คือมันเร็วจริงๆ นะ เมื่อเทียบกับห้องอื่นอีก 14 ห้องที่บางห้อง examiner มีลักษณะต่างกัน
บางห้องก็พูดในลำคอสุดๆ บางห้องฟังง่าย พูดช้า ใจดี ผมเลยรู้สึกว่านี่หรอมาตรฐานในการสอบราคา 6300 บาท
คือเข้าใจว่ามันทำให้มีมาตรฐานยากนะที่จะให้คนสัมภาษณ์ทุกคนเหมือนกัน เพราะนั่นมันจะเป็นหุ่นยนต์แล้ว
แต่อย่างน้อยให้ใกล้เคียงกันก็ดี แบบให้ใช้ดวงน้อยที่สุดอะ Frown
คือพาร์ท writing / speaking มันหามาตรฐานยากอะนะ ก็เข้าใจ
แต่ผมก็เซ็งนะ เขาทำให้พาร์ทนี้ผมกากมากแล้วมันฉุดจริงๆ และทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์บางอย่างเพราะพาร์ทเดียว
ทำให้เสียเวลาเพิ่มเลย ไม่แคร์เรื่องเวลาแต่มันเจ็บใจ
+และผมเองก็คงไม่เทพพอจะไปประมือกับระดับความเร็วระดับนั้นด้วยแหละ ผมก็ผิดด้วยแหละนะจริงๆ
(ขอบอกว่าฟังพาร์ทฟังส่วนที่ 4 ที่ยากสุดทันแต่ไม่สามารถฟัง examiner ทันอะในบางข้อ)
ฮึ่ยๆๆ เซ็งอารมณ์มาก แบบพอเจอพูดเร็วๆ ฟังไม่ทัน พยายามตั้งสติแล้วนะ พอตอบผิดประเด็น (เขาทักเลยอะ)
มันก็นอยด์ นอยด์ปุ๊ปรวน แล้วมันก็ไปหมดละสมงสมอง สติสตางค์ R.I.P my score in this part นะครับ Tongue out

ปล. ผมมีปัญหากับพาร์ทนี้ในเรื่องของ correcting myself อ้ะ Foot in mouth
แบบพอพูดผิดแกรมม่าจะเพิ่งรู้ตัวแล้วกลับไปแก้ใหม่ตลอด ซึ่งบางทีปล่อยผ่านๆ ก็ได้ ไม่งั้นจะไม่ดูธรรมชาติ ไม่ลื่น

จบแล้วครับ เย่ๆ ^^v ขอบคุณที่ติดตาม ทนอ่านผมบ่นนะ อิๆ

persent View my profile


... Mail *jevarlietuatarz(๑)yahoo.com
... WLM *jevarlietuatarz(๑)yahoo.com
... FB *facebook.com/persentcazz
... Dek-D *my.dek-d.com/persent-cazz
... Twitter *twitter.com/persentcazz